งานก่อสร้างแบบไหน ที่เหมาะกับการใช้ “คอนกรีตผสมเสร็จ”
Lifestyle

งานก่อสร้างแบบไหน ที่เหมาะกับการใช้ “คอนกรีตผสมเสร็จ”

คอนกรีตผสมเสร็จ นั้นเชื่อว่าหลายหน้างานนั้นหลายหน้างานนั้นอาจจะยังไม่กล้าที่จะใช้งานด้วยการที่เราไม่รู้ว่าในส่วนผสมของคอนกรีตผสมเสร็จ นั้นจะมีคุณภาพหรือไม่ ซึ่งส่วนมากแล้ว คอนกรีตผสมเสร็จ นั้นจะมีคุณภาพในเรื่องของ การผสมอยู่แล้ว  แต่ว่าในบทความนี้เราจะมาพูดถึง งานก่อสร้างแบบไหนที่เหมาะกับการใช้งานคอนกรีตผสมเสร็จ  มาลองดูกันดีกว่านะครับว่าหน้างานแบบไหนที่เหมาะกับคอนกรีตผสมเสร็จ และเพราอะไรเราถึงควรเลือกใช้คอนกรีตผสมเสร็จ กับหน้างานต่าง ๆ   งานก่อสร้างที่มีการรีบใช้งาน   อย่างแรกเลยนั้นคือในเรื่องของ “งานก่อสร้าง” ที่มีการรีบใช้งาน หรือ เวลาในการก่อสร้างนั้นค่อนข้างรีบนั้น  การเลือกใช้คอนกรีตผสมเสร็จ นั้นค่อนข้างจะตอบโจทย์อย่างมากนะครับ เพราะว่าในการเลือกใช้คอนกรีตผสมเสร็จ นั้นจะช่วยให้งานนั้นออกมาได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้นเพราะว่าคอนกรีตผสมเสร็จ นั้นจะมีความรวดเร็วในการทำงานได้มากยิ่งขึ้น  ทำให้สามารถที่จะจบงานได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น และยังทำให้เรานั้นสามารถที่จะส่งงานให้ทันตามกำหนดการส่งงานได้ทันตามที่ตกลงกับลูกค้าไว้นะครับผม  งานก่อสร้างที่มีพื้นที่ที่จำกัด   อีกข้อนั้นคือในเรื่องของ งานก่อสร้างที่มีพื้นที่ที่จำกัดนั้นค่อนข้างสำคัญนะครับ เพราะว่าถ้าหากว่ามีหน้างานก่อสร้างที่มีพื้นที่จำกัดนั้นจะทำให้เรานั้นไม่มีพื้นที่ในการวางอุปกรณ์ในการผสมนะครับ ไม่ว่าจะเป็น ปูน หิน ดิน ทราย นั้นถ้าหากว่าไม่มีพื้นที่ ที่จำกัดนั้น การเลือกผสมปูนเองอาจจะมีพื้นที่ที่ไม่พอนะครับ  ดังนั้นเมื่อพื้นที่ไม่พอนั้นให้เราเลือกใช้คอนกรีตผสมเสร็จ นั้นจะดีกว่านะครับเพราะว่าจะช่วยตอบโจทย์ในเรื่องพื้นที่ได้มากขึ้นนะครับ   งานก่อสร้างที่มีคนจำกัด   อีกข้อที่สำคัญนั้นคือในเรื่องของที่เรานั้นควรเลือกใช้ คอนกรีตผสมเสร็จ นั้นคืองานก่อสร้างที่มีคนที่จำกัดเกินไปนะครับ ดังนั้นการที่นำคนงานนั้น ไปใช้ในการผสมปูนนั้นอาจจะเป็นเรื่องเสียเวลามากเกินไปนะครับ เพราะด้วยเวลาที่จำกัดเกินไป และ จำนวนที่จำกัดนั้นก็มีแต่จะทำให้งานนั้นยิ่งช้านะครับเพราะว่าการผสมปูนนั้นต้องใช้เวลาค่อนข้างนานด้วยเช่นกัน ดังนั้นอีกหนึ่งเรื่องของหน้างานนั้นคือในเรื่องของ “งานก่อสร้างที่มีคนที่จำกัด” นั้นเราควรเลือก คอนกรีตผสมเสร็จ ไว้จะดีกว่านะครับเพราะว่าจะได้ไม่ต้องมานั่งเสียเวลามาผสมปูนเอง และ ไม่ต้องเสียจำนวนคนงานก่อสร้างด้วยนะครับ  ...

Read More
ประกันรถยนต์ 2+
Lifestyle

ทำไมเราต้องทำประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ

หากเราจะแบ่งประเภทของประกันรถยนต์ตามกฎหมายแล้วนั้น สามารถแบ่งออกได้เป็นสองประเทศใหญ่คือประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ และประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ โดยการทำประกันภัยภาคบังคับหรือที่เรารู้จักกันในชื่อ พ.ร.บ. รถนั้นเป็นการที่เราทุกคนต้องทำประกันประเภทนี้เพราะกฎหมายกำหนดให้ทำ หากใครฝ่ายฝืนก็จะมีโทษ ซึ่งแน่นอนว่าตามชื่อประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับนั้นแล้วก็ต้องทำทุกคน หลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่วนประกันอีกประเภทหนึ่งคือประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ นั่นหมายความว่าประกันประเภทนี้เราจะทำหรือไม่ทำก็ได้ ไม่ได้ถูกบังคับให้ต้องทำ โดยประกันภาคสมัครใจนั้นก็มีประกันให้เลือกหลายประเภทไม่ว่าจะเป็น ประกันรถยนต์ชั้น 1 , ประกันรถยนต์ชั้น 2 , ประกันรถยนต์ 2+ ฯลฯ ซึ่งแต่ละประเภทก็แตกต่างกัน โดยเรานั้นมักจะเห็นคนส่วนใหญ่เต็มใจที่จะทำประกันภัยภาคสมัครใจนี้กันเป็นจำนวนมาก ดังนั้นวันนี้เรามาดูกันว่าทำไมเราถึงต้องทำประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ  เหตุผลที่ควรทำประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ  ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจนั้นให้ความคุ้มครองที่ตรงตามความต้องการของเรา ซึ่งประกันบางประเภทอย่างเช่นประกันชั้น 1 นั้นให้ความคุ้มครองที่ครบถ้วนไม่ว่าจะเป็นรถหาย ไฟไหม้ รถชน และอื่น ๆ อีกมากมายก็คุ้มครองเรียกได้ว่าเป็นการทำประกันภัยรถยนต์ที่คุ้มค่ามาก ๆ   การทำประกันภัยภาคสมัครใจนั้นเป็นตัวช่วยสำคัญในการช่วยลดค่าใช้จ่ายของเราในกรณีที่เกิดรถชน หรือเกิดอุบัติเหตุได้เป็นอย่างดี ยกตัวอย่างเช่น หากเราขับรถชนรถคันอื่น แล้วเราไม่ทำประกันเราต้องเสียเงินในการซ่อมทั้งรถตัวเองและรถคู่กรณี แต่กลับกันหากเราทำประกันรถยนต์ 2+ เราก็จะไม่เสียเงินในการซ่อมรถเลย เนื่องจากว่าประกันรถยนต์ 2+ นั้นคุ้มครองทั้งรถผู้เอาประกันและรถคู่กรณี อีกทั้ง ประกันรถยนต์ 2+ราคาถูกกว่าประกันชั้น 1 อีกด้วย  ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจนั้นนอกจากช่วยในเรื่องของความคุ้มครองและลดค่าใช้จ่ายกรณีเกิดอุบัติเหตุให้กับเราแล้วนั้น ยังช่วยทำให้เรามีสติในการขับรถมากขึ้น และมีความระมัดระวังในการขับรถมากขึ้นด้วย  การทำประกันรถยนต์ภาคสมัครใจนั้นมีข้อดีต่าง ๆ มากมายซึ่งหากใครที่สนใจและยังไม่ได้ทำประกันประเภทนี้ควรศึกษาข้อมูลต่าง ๆ ให้ดีก่อน...

Read More
บริการรับสร้างบ้าน
Lifestyle

4 สัญญาณที่บอกว่า “เราพร้อมมีบ้านเป็นของตัวเองแล้ว

การมีบ้านนั้นค่อนข้างเป็นเรื่องสำคัญและจะต้องคิดจากหลาย ๆ เหตุผลนะครับ  ถึงจะมีบ้านสักหลังได้ แต่ว่าการที่เรากำลังจะบ้านนั้น นั้นย่อมมีสัญญาณที่จะบ่งบอกว่าเรามีบ้านได้แล้วหรือไม่ ดังนั้นในบทความนี้เราจะมาพูดถึงสัญญาณที่จะบ่งบอกว่าเรานั้นพร้อมที่จะมีบ้านแล้วหรือไม่ มาลองเช็คตัวเองกันดีกว่านะครับ ว่าเรานั้นพร้อมจะมีบ้านแล้วหรือไม่   มีหนี้สิ้นน้อย  อย่างแรกเลยนั้นคือในเรื่องของหนี้สินนั้นสำคัญนะครับ เพราะว่าถ้าหากว่า  เรายังมีหนี้สินที่เยอะอยู่การที่เราจะมีบ้านนั้นเป็นไปได้ยากนะครับ แต่ว่าหากเรานั้นมีมีหนี้สินที่น้อยลงแล้วการมีบ้านของเรานั้นจะไม่ใช่เรื่องยากนะครับ ดังนั้นเราจะต้องถามตัวเองดูให้ดีก่อนนะครับว่าเรานั้นพร้อมที่จะมีบ้านแล้วหรือไม่ และ หนี้สินของเราในตอนนี้นั้นมีเยอะขนาดไหน เพื่อที่เรานั้นจะได้บริหารเงินในการซื้อบ้านได้ดียิ่งขึ้นนะครับ   ลงหลักปักฐานแล้วหรือยัง   อีกข้อนั้นคือในเรื่องของ “การลงหลักปักฐานนั้นเราจะต้องถามตัวเองให้แน่ใจนะครับว่าเรานั้นพร้อมจะลงหกปักฐานแล้วหรือไม่ ในที่ ๆ อยู่ปัจจุบันว่าเรานั้นจะคิดว่าเรานั้นจะอยู่ที่ไหน หรือ ลงหลักปักฐานอย่างไร และที่ไหนเพราะว่าถ้าหากว่าเรายังไม่คิดว่าจะลงหลักปักฐานที่ไหน ก็ยังไม่ควรรีบมีบ้านนนะครับเพราะว่าอาจจะทำให้เรานั้นย้ายที่อยู่บ่อย ๆ และอาจจะทำให้บ้านที่เราซื้อนั้นไม่ได้อยู่บ่อย ๆ ด้วยนะครับ   มีหน้าที่การงานที่มั่นคงแล้ว   อีกข้อที่หลายคนนั้นควรมองไว้เลยนั้นคือในเรื่อของ “หน้าที่การงานที่มั่นคง” เองก็สำคัญนะครับ แต่ในเรื่องของหน้าที่การงานนั้นจะต้องมาพร้อม กับ การลงหลักปักฐานด้วยเช่นกัน เพราะว่าถ้าหากว่าเรามีหน้าที่การงานที่มั่นคงแล้ว ยังมีในเรื่องของบ้านที่เราจะอาศัยด้วยนะครับ ว่าเราคิดจะลงหลักปักฐานหรือไม่  ...

Read More